วันจันทร์ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2562

ศาลเจ้าปู่เมืองเพ็ญ 

ตามตำนานเล่ามาว่าคือดวงวิญญาณของพระเจ้าศรีสุทโธพระบิดาของเจ้านางเพ็ญ ผู้สร้างเมืองหนองเป็ดโพธิ์เลียน และได้เปลี่ยนชื่อเป็นเมืองเพ็งในตามพระนามของราชธิดาคือเจ้านางเพ็ญที่เรารู้จักนั่นเอง

(ผอ.ชวน บุญแสนแผน)


ได้มีตำนานบอกเล่าสืบต่อกันมาว่า เมื่อพระนางเพ็ญสิ้นพระชนแล้วประมาณ ๔๐ ปีพระเจ้าศรีสุทโธพระนางจันทาเทวีพระมเหสีพร้อมพระสนมต่างก็สิ้นพระชนม์ตามและหลังจากนั้นไม่ปรากฏหลักฐานการสืบสันติวงศ์ แต่ปรากฏว่ามีการบอกเล่าว่า ดวงวิญญาณของพระเจ้าศรีสุทโธพร้อมมเหสีจันทราเทวีและพระสนม ต่างได้จุติมาเกิดเป็นเสื้อเมืองพระทรงเมือง เป็นเจ้าปู่เจ้าย่า โดยมีช้าง ม้าที่เคยใช้สอย ติดจามมาด้วยกาลครั้งหนึ่งได้เกิดเหตุการณ์อันน่าอัศจรรย์ขึ้น กล่าวว่ามีโขลนช้างมาเหยียบย่ำกินข้าว ในนาของราษฎร แม้เจ้าของนาจะระดมผู้คนมาขับไล่โขลงช้างดังกล่าวก็ไม่ได้เคลื่อนไหวไปจากเหมือนกับว่าไม่มีชีวิตจนกระทั่งได้มีผู้แก่ ผู้เฒ่าที่เข้าใจได้จัดตั้งศาลขึ้นบ่วงศวงอันเชิญให้ออกไปโขลงช้างจึ่ง ได้เดินตุ่มหายลงไปในลำน้ำเพ็ญอย่างปราฏิหารย์ซึ่วภายหลังจึงได้ทราบว่าโขลงช้างดังกล่าวเป็น เจ้าปู่ เจ้าย่า ประชโชนิจึงได้ร่วมแรงร่วมใจกันสร้างหอขึ้นเพื่อให้เป็นที่ประทับวำหรับเจ้าปู่ สำหรับเจ้าย่าหร้อมพระสนมอีกหนึ่งหอ เพื่อให้ดูแลคุ้มครองทุกข์-สุขของราษฎรอำเภอเพ็ญ และประชาชนชาวอำเภอเพ็ญเรียกสถานี่ตรงนั้นว่า คอนหอส่วนพระนางเพ็ญได้จุติมาเกิดเป็น เทพนางเทียม เฝ้าอยู่ที่พระธาตุ และเมื่อถึงสันเพ็ญเดือน ๗ (วันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๗ ของทุกๆปี)พระนางเพ็ญจะทรงนำบริวารนุ่งแดง ห่มแดงมารำถวายเจ้าปู่ เจ้าย่า กระทั่งต่อมาได้เข้าทรงหญิงในค้มให้ทำหน้าที่ “นางเทียม” รำนำหน้า ขบวณแห่บั้งไฟ ซึ่งถือคติที่วา “เป็นพาหนะนำดวงวิญญานของพระนางเพ็ญเสด็จสู่สรวงสวรรค์ต่อมา “ดอนหอ” ได้วิวัฒนาการ พัฒนาเรื่อยมาตามยุคสมัย จากหอที่มุงด้วยหญ้าคา หญ้าแฝกเป็นมุงด้วยสังกะสีจนกระทั่งเป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก และได้เรียกขานกันต่อมาว่า “ศาลเจ้าปู่เมืองเพ็ญ”อันศักดิ์สิทธิ์และเป็นศูนย์รวามน้ำใจของ”ชาวอำเภอเพ็ญ” สืบต่อกันมาตราบเท่าทุกวันนี้ และต่อๆไป

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

บุญข้าวสากเป็นยบญประจำปี ของภาคอีสานในเดือนสิบของทุกปี. และอีกบุญหนึ่ง คือบุญข้าวประดับดิน.  บุญข้าวสากนี้ถือว่าเป็นยุญใหญ่ข...